ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการทรงตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ระดับ 98.48 หน่วย และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
- ดัชนี PMI ภาคบริการ และตำแหน่งงานว่าง JOLTS ของสหรัฐฯ ประกาศออกมาน้อยกว่าครั้งก่อน สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
- ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือนมีนาคมขาดดุลเพิ่มขึ้น 4.3% แตะระดับ 60.3 พันล้านดอลลาร์ แสดงถึงความอ่อนแอทางการค้าอย่างชัดเจน
- กองทุน SPDR มีการเคลื่อนไหวโดยขายทองคำออก 1.72 ตัน ในขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีพุ่งแตะ 5% จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลงยาก
วิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มราคาทองคำโลก
สถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนหลังจากลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 4,550 ดอลลาร์ แรงซื้อที่ตีกลับขึ้นมาส่งผลให้ภาพรวมของราคาทองมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,635 ดอลลาร์ และมีเป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่ 4,660 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังแรงเทขายทำกำไรที่อาจทำให้ราคาเกิดการย่อตัวลงอีกครั้งเมื่อเข้าใกล้บริเวณแนวต้านดังกล่าว
ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือความผันผวนจากสินทรัพย์ปลอดภัยระยะยาว เนื่องจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะอุปทานพันธบัตรล้นตลาดและความกังวลเรื่องสงคราม แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI จะยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 114 และ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ยังคงเป็นแรงส่งหลักที่ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
สำหรับคืนนี้ต้องติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายน ในเวลา 19.15 น. ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำในระยะถัดไป หากราคาทองไม่สามารถยืนเหนือแนวรับถัดไปที่ 4,530 ดอลลาร์ได้ มีความเสี่ยงที่ราคาจะเข้าสู่รอบการปรับฐานใหญ่ลงไปอีกครั้ง
สรุปกลยุทธ์การลงทุนทองคำ
ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นโดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,635 – 4,660 ดอลลาร์ จากปัจจัยดอลลาร์อ่อนค่าและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง แต่ยังต้องระวังความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งอาจกดดันราคาทองในระยะยาวได้