ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกที่ผ่านมามีการขยับตัวสูงขึ้น ปัจจัยหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 97.84 หน่วย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังทรงตัว แม้จะมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง แต่สถานการณ์การขนส่งก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่มคลี่คลายก็ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลบางส่วน
วิเคราะห์ปัจจัยกระทบแนวโน้มราคาทองคำและเศรษฐกิจโลก
แม้ทองคำจะมีแรงหนุนจากดอลลาร์ แต่ฝั่งสหรัฐฯ เพิ่งประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีเกินคาดที่ 115,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์มองไว้มาก ส่วนอัตราการว่างงานยังคงนิ่งอยู่ที่ 4.3% นอกจากนี้ทางฝั่งประธานเฟดบางสาขาเริ่มออกมาให้ความเห็นว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปเพื่อคุมเงินเฟ้อที่อาจพุ่งจากราคาพลังงาน โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
- ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด อาจทำให้เฟดคงดอกเบี้ยนานขึ้น
- กองทุนทองคำโลกอย่าง SPDR เริ่มกลับมาเข้าซื้อทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- สถานการณ์ขนส่งพลังงานในทะเลโอมานเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทิศทางทองโลกปัจจุบันมีการลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,670 ดอลลาร์ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมา ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้นทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 4,720 ดอลลาร์ แต่ต้องระวังแรงเทขายทำกำไรที่อาจทำให้ราคาชะลอตัวลงอีกครั้ง ทั้งนี้หากราคายืนไม่อยู่และหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,645 ดอลลาร์ อาจเป็นสัญญาณของการปรับฐานลงต่อเนื่องในระยะยาว
สรุป: ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงลุ้นฟื้นตัวโดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,720 ดอลลาร์ แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าช่วยหนุนราคา แต่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งและการส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยของเฟดยังเป็นปัจจัยที่ต้องระวังในการเข้าซื้อช่วงนี้