ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาพบว่า แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พากันย่อตัวลงในระยะสั้น หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกทั้ง Brent และ WTI ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและเลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันได้สำเร็จโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา ส่งผลให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลและมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในอนาคต
เจาะปัจจัยบวกและเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มราคาทองคำวันนี้
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เริ่มมีทางออกนี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของประเทศมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทางฝั่งอิหร่านเองก็ได้ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งใดๆ หากอิสราเอลยังไม่หยุดสู้รบในเลบานอน นอกจากนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยังมีมติเห็นชอบให้จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงคราม โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจดังนี้
- สภาสหรัฐฯ ลงมติ 215 ต่อ 208 เสียง สั่งจำกัดอำนาจทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่าน
- ทรัมป์ต้องถอนกำลังทหารออกจากการสู้รบ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเพิ่มเติมจากรัฐสภา
- ราคาน้ำมันดิบ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยของเฟดมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามสถานการณ์
- กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR มีการเทขายทองคำออกมา 1.71 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุป : แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ ยังคงได้รับแรงหนุนในเชิงบวกจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงตามราคาน้ำมันดิบโลก แม้ว่ากองทุน SPDR จะมีการเทขายทองคำออกมาบ้าง แต่มาตรการจำกัดอำนาจการทำสงครามของผู้นำสหรัฐฯ และทิศทางเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลงในอนาคต ก็ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและทำให้ภาพรวมของทองคำโลกยังดูดีขึ้นในระยะนี้