ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ตลาดทองคำของ ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ให้เห็นว่า ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนหลุดระดับ 4,260 ดอลลาร์ ปัจจัยหลักเกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง และการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนไป โดยมีประเด็นสำคัญที่กระทบต่อราคาทองคำดังนี้
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่ตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรงหลังเหตุการณ์ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ ตก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งสูงและดันเงินเฟ้อให้กลับมา
- เครื่องมือ CME FedWatch Tool ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 47.3% ว่าเฟดอาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม 2026 เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Shares ซ้ำเติมตลาดด้วยการเทขายทองคำออกมาอีก 3.43 ตัน ในช่วงที่ผ่านมา
- คืนนี้เวลา 19.30 น. ต้องติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Commerzbank เตือนว่าหากตัวเลขสูงกว่าคาด ทองคำมีสิทธิร่วงต่อ
เจาะลึกปัจจัยกดดันแนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง และทิศทางตลาดทุน
การออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวของโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนในตลาดเงินเลือกที่จะถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อความปลอดภัยมากกว่าทองคำ เนื่องจากความกังวลว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะบานปลายจนกระทั่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก เมื่อราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจึงกลับมาเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่ตลาดเคยหวังไว้
สภาวะดอกเบี้ยที่อาจยืนสูงต่อเนื่องยาวไปจนถึงปลายปี 2026 ตามที่ CME FedWatch Tool เริ่มส่งสัญญาณ ถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย การที่กองทุนรายใหญ่อย่าง SPDR เลือกที่จะลดสัดส่วนการถือครองทองคำลง ยิ่งสะท้อนว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่กำลังปรับพอร์ตเพื่อรับมือกับดอลลาร์ที่แข็งค่า
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร ตัวเลขดัชนี CPI หรือเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตลาดจะยิ่งมั่นใจว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะกลายเป็นแรงเทขายระลอกใหม่ที่ทุบราคาทองคำให้ดิ่งลงไปอีก ในทางกลับกันหากเงินเฟ้อชะลอตัว ราคาทองคำจึงจะมีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นมาได้สั้น ๆ
กลยุทธ์การลงทุนและแนวราคาที่ต้องเฝ้าระวัง
ทางเทคนิคประเมินว่า หลังจากราคาทองคำโลกทุบตัวหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,260 ดอลลาร์ลงมา ทำให้ภาพรวมยังอยู่ในฝั่งขาลง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นราคามีโอกาสที่จะเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) ได้หลังจากลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ระดับ 4,140 ดอลลาร์
คำแนะนำสำหรับผู้เล่นระยะสั้นคือการตั้งรับอย่างระมัดระวัง หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับ 4,140 ดอลลาร์ได้ หรือหลุดแนวรับสำคัญถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์ คาดว่าราคาทองคำจะไหลลงยาวเพื่อทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) ทันที นักลงทุนจึงควรเผื่อเงินสดและตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เสมอ
| ระดับราคา (ดอลลาร์) | ประเภทแนวราคา | กลยุทธ์และคำแนะนำในการลงทุน |
| 4,260 | แนวต้านปัจจุบัน | กรอบราคาเดิมที่หลุดลงมา หากรีบาวด์ไม่ผ่านจุดนี้ยังไม่แนะนำให้ตาม |
| 4,140 | แนวรับระยะสั้น | จุดที่คาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เหมาะสำหรับไม้แรก |
| 4,100 | แนวรับสำคัญ | จุดเปลี่ยนแนวโน้มสุดท้าย หากหลุดระดับนี้แนะนำให้ Stop Loss ทันที |
แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง ในปัจจุบันเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากถ้อยแถลงเชิงนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ และโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยปลายปี 2026 แม้ว่าคืนนี้ราคาอาจมีลุ้นฟื้นตัวสั้น ๆ ที่แนวรับ 4,140 ดอลลาร์ แต่นักลงทุนจำเป็นต้องรอผลตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ประกอบการตัดสินใจ และต้องระวังหากราคาหลุด 4,100 ดอลลาร์ซึ่งเป็นสัญญาณขาลงเต็มตัว