ข้อมูลจาก Sanook รายงานสถานการณ์ตลาดทองคำโลกที่มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับแรงกดดันโดยตรงจากการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกเริ่มส่งสัญญาณบวกที่อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในอนาคตอันใกล้ โดยมีสรุปสถิติและตัวเลขสำคัญที่เกิดขึ้นดังนี้
- ราคาทองคำโลกปรับฐานลงมาเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับสำคัญ โดยยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ระดับ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้
- สหรัฐฯ ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถผลิตและจำหน่ายน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกได้จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569
- ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยอีกครั้ง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานเริ่มผ่อนคลายลง
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Shares เดินหน้าเข้าช้อนซื้อทองคำแท่งเพิ่มสะสมอีก 1.71 ตัน สวนทางกับแรงเทขายในตลาดระยะสั้น
สหรัฐฯ ปลดล็อกคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ตัวแปรสำคัญกดดันแนวโน้มราคาทองคำล่าสุด
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากทำเนียบขาวทำให้นักลงทุนต้องกลับมาประเมินทิศทางสินทรัพย์ปลอดภัยใหม่อีกครั้ง หลังจาก นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า สหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตชั่วคราวระยะเวลา 60 วัน ผ่อนปรนคว่ำบาตรให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ ภายหลังเสร็จสิ้นการเจรจาสันติภาพทวิภาคีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมาตรการนี้สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ได้เปิดใช้งานเป็นปกติแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันในการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดเงินกลับเลือกที่จะตอบรับข่าวนี้ด้วยการเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างหนาแน่น จนทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ดีดตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ขยับสูงขึ้น เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สกัดการฟื้นตัวและกดดันให้ราคาทองคำโลกเกิดการย่อตัวลงมาทดสอบฐานราคาด้านล่าง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนปรับพอร์ตลดการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเพื่อไปเก็งกำไรในตลาดเงินแทน
นอกจากนี้ บริบทความขัดแย้งแวดล้อมที่ยังคงต้องสืบค้นและเฝ้าระวังคือ ท่าทีของฝั่งรัฐบาลเตหะราน โดยสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านได้ออกมาระบุข้อมูลสวนทางฝั่งสหรัฐฯ โดยยืนยันว่า การหารือความยาวกว่า 18 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น ไม่มีการหยิบยกประเด็นโครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาเจรจา และอิหร่านไม่ได้ยอมรับข้อผูกพันใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น ความไม่แน่นอนในข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์นี้ ทำให้ตลาดทุนยังคงมีความเปราะบางสูง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กองทุนระดับโลกอย่าง SPDR เลือกที่จะเข้าซื้อทองคำเก็บเข้าพอร์ตเพิ่มเพื่อกระจายความเสี่ยง
กลยุทธ์การลงทุนและแนวรับแนวต้านตามสัญญาณเทคนิค
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำโลกยังคงแกว่งตัวอยู่ในลักษณะประคองฐานสร้างแรงซื้อสะสม (Sideways) โดยมีแนวรับแรกอยู่ที่ระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวรับสำคัญถัดไปที่ 4,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดจำกัดความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวัง หากราคาเกิดหลุดแนวรับนี้ลงไป ภาพรวมจะเปลี่ยนเป็นขาลงและมีโอกาสทำจุดต่ำสุดใหม่ทันที
สำหรับกลยุทธ์การบริหารพอร์ตในจังหวะนี้ แนะนำให้ผู้ค้าทองคำแท่งและนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สใช้หลักการทยอยตั้งรับซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับ 4,140-4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปพิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านปัจจุบันที่ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านถัดไปที่ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยพยายามควบคุมสัดส่วนการลงทุนและงบประมาณให้เหมาะสมสอดคล้องกับค่าเงินบาทที่ผันผวน
| ประเภทสินทรัพย์ | แนวรับที่ 1 | แนวรับที่ 2 | แนวต้านที่ 1 | แนวต้านที่ 2 |
| ราคาทองคำโลก (Gold Spot) | 4,150 ดอลลาร์ | 4,120 ดอลลาร์ | 4,220 ดอลลาร์ | 4,250 ดอลลาร์ |
| ราคาทองคำแท่ง 96.5% | 65,100 บาท | 64,800 บาท | 65,800 บาท | 66,100 บาท |
สรุป
แนวโน้มราคาทองคำล่าสุด เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า หลังสหรัฐฯ ประกาศผ่อนปรนการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลบวกต่อภาพรวมเงินเฟ้อในอนาคต ทว่าความตึงเครียดเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ยังไม่ลงตัว ประกอบกับการที่กองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม สะท้อนว่าทองคำยังคงมีแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนควรวางแผนเข้าซื้อตามแนวรับและตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างรอบคอบ