ข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์ทางเทคนิคของบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) มีการปรับตัวขึ้นในระยะสั้น โดยมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สรุปข้อมูลตัวเลขจริงและสถานการณ์สำคัญที่มีผลต่อทิศทางราคาทองคำดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการย่อตัวลงอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดในการเข้าซื้อทองคำ
- ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเรือบรรทุกน้ำมันสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ
- ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด โดย GDP ไตรมาส 1/2026 ขยายตัวที่ 2.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.6%
- ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ประจำเดือนพฤษภาคม ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023
- แรงเทขายจากสถาบันรายใหญ่ โดยกองทุนทองคำระดับโลก SPDR Gold Shares สั่งทยอยขายทองคำออกสุทธิรวม 6.28 ตัน
ปัจจัยเสี่ยงนโยบายดอกเบี้ยเฟดและแนวโน้ม ราคาทองวันนี้
ทิศทางการซื้อขายของสัญญาทองคำคำนวณตามดัชนีตลาดโลกในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับสภาวะแรงกดดันสองด้าน ด้านหนึ่งได้รับผลบวกจากการที่สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานดิบลดลงและทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อรวมถึงดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด มีโอกาสปรับลดลงได้ง่ายขึ้นในอนาคต นักลงทุนจึงเริ่มกลับมาสืบค้นและจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงสถิติของฝั่งสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาล่าสุดกลับแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจยังคงมีความร้อนแรงสูงมาก ทั้งตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่พุ่งสูงกว่าสเปกคาดการณ์ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) ที่ดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง บริบทนี้สร้างความกังวลใจรอบใหม่ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หรืออาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นความร้อนแรง ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กองทุนขนาดใหญ่อย่าง SPDR เลือกที่จะลดความเสี่ยงด้วยการเทขายทองคำออกมาในปริมาณที่ค่อนข้างหนาแน่น
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่กำลังวางแผนซื้อขายทองคำแท่งในประเทศ ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และทิศทางดอกเบี้ยเฟดยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ต้องนำมาใช้คำนวณมูลค่าทางเทคนิค ข้อแนะนำในเชิงการบริหารงบประมาณคือการติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาในระยะสั้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนมิถุนายน ที่จะเปิดเผยตัวเลขเป็นทางการในช่วงค่ำวันนี้ เนื่องจากส่งผลต่อแนวโน้มความเชื่อมั่นของดอลลาร์และราคาทองคำโดยตรง
| ตัวชี้วัดเศรษฐกิจสหรัฐฯ | ตัวเลขจริงในระบบ (พ.ค. / ไตรมาส 1) | ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ | ผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| อัตราการเติบโตของ GDP | 2.1% | 1.6% | กดดันราคาทอง (เศรษฐกิจแข็งแกร่ง) |
| ดัชนีเงินเฟ้อ Core PCE | 3.4% | 3.3% (เดือนก่อนหน้า) | กดดันราคาทอง (เสี่ยงเฟดคงดอกเบี้ยสูง) |
| ราคาน้ำมันดิบโลก | ต่ำกว่า 80 ดอลลาร์/บาร์เรล | – | หนุนราคาทอง (ลดแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งพลังงาน) |
| ปริมาณซื้อขายกองทุน SPDR | ขายออก 6.28 ตัน | – | ชะลอการฟื้นตัวของราคาทองคำ |
สรุป
ภาพรวม ราคาทองวันนี้ มีการขยับตัวขึ้นรับข่าวการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการคลี่คลายของเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงาน ทว่าการเติบโตของ GDP และดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง กลายเป็นเกราะสกัดทำให้ราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับแรงขายจากกองทุน SPDR นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการสืบค้นข้อมูลและติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคืนนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน