ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ขึ้นไปแตะระดับ 101.24 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 2 วันทำการติดต่อกัน สู่ระดับ 5.20% ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำถูกลดความน่าสนใจลงในระยะสั้น
- ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์พุ่งสูง: ดัชนี DXY แข็งค่าแตะ 101.24 จุด จากเดิม 100.25 จุด และบอนด์ยีลด์ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ 5.20% เพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ
- เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย: ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ระบุว่าเงินเฟ้อยังต้องดูแลเป็นพิเศษ และอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มจากแรงกดดันสงครามตะวันออกกลางและงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
- กังวลเงินเฟ้อภาคพลังงาน: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไร้แนวโน้มคลี่คลาย หลังผู้นำอิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ และอิสราเอล กระทบต่อความกังวลด้านราคาพลังงาน
- SPDR ชะลอแรงซื้อ: กองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม สะท้อนมุมมองรอดูสถานการณ์ของนักลงทุนสถาบัน
ปัจจัยกดดันราคาทองคำและโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยเฟด
แรงกดดันหลักที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาจากท่าทีของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเฉพาะประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่มีสิทธิ์โหวตอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ปัจจัยหนุนเงินเฟ้อสำคัญในรอบนี้มาจากความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลางที่อาจดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงตึงเครียดและไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย หลังจากประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้ออกมากล่าวโทษสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นต้นเหตุสร้างความไร้เสถียรภาพในระดับภูมิภาค ความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดกังวลว่าจะเกิดวิกฤตเงินเฟ้อภาคพลังงานระลอกใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบังคับให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและกลายเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทิศทางราคาทองคำ
สรุป แนวโน้มราคาทองคำยังคงเผชิญปัจจัยลบจากดัชนีเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามความกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อภาคพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นักลงทุนควรติดตามทิศทางดอกเบี้ยและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจ