วิเคราะห์ราคาทองโลกพุ่ง รับแรงหนุนความตึงเครียดอิหร่านและสหรัฐฯ

ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นหลังความขัดแย้งในอิหร่านรุนแรงขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ เผยตัวเลขเศรษฐกิจ PPI และยอดค้าปลีกแข็งแกร่งกว่าคาด จับตาสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ใกล้ชิด

วิเคราะห์ราคาทองโลกพุ่ง รับแรงหนุนความตึงเครียดอิหร่านและสหรัฐฯ

สถานการณ์ราคาทองโลกในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางการเมืองในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังรัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้ประท้วงอย่างหนักจนมียอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงกว่า 2,500 ราย ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

ปัจจัยหนุนราคาทองโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ความพยายามในการระงับศึกจากกลุ่มประเทศอาหรับดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีการตอบโต้กันผ่านแถลงการณ์อย่างดุเดือด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนและผลักดันให้ราคาทองคำขยับตัวรับข่าวสารดังนี้

  • ความเสี่ยงสงครามภูมิภาค: ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์พยายามล็อบบี้สหรัฐฯ ให้หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร เพราะกังวลว่าจะเกิดสงครามลุกลามทั่วตะวันออกกลาง
  • คำขู่ตอบโต้จากอิหร่าน: ทางการอิหร่านประกาศพร้อมโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลทันทีหากถูกเปิดฉากโจมตีก่อน
  • ประเด็นกรีนแลนด์: ปธน.ทรัมป์ ยังคงยืนยันความพยายามเข้าควบคุมกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสร้างความสับสนและกดดันความสัมพันธ์กับกลุ่ม NATO

ในส่วนของปัจจัยทางเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ พบว่าดัชนี PPI และยอดค้าปลีกออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ยังคงทนทาน แม้จะมีความกดดันจากปัจจัยภายนอกก็ตาม ขณะที่กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR ยังคงเลือกที่จะถือครองทองคำไว้ในระดับเดิมที่ 1,074.23 ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรอดูสถานการณ์ที่ชัดเจนกว่านี้

โดยสรุปแล้วราคาทองโลกยังคงได้รับแรงหนุนหลักจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่อแววยืดเยื้อ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาดีซึ่งปกติจะกดดันราคาทอง แต่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงด้านสงครามเช่นนี้ ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนในปัจจุบัน