ข้อมูลจาก Sanook และรายงานเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกดดันหลักดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 98.45 หน่วย ส่งผลให้ราคาทองคำมีความน่าสนใจน้อยลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 4.46% หลังจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์
- การคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด จาก FedWatch Tool เพิ่มน้ำหนักถึง 99.0% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
- กองทุนทองคำโลก (SPDR) เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 1.71 ตัน แม้ราคาจะมีความผันผวนสูงในระยะสั้น
ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาทอง
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้ถูกกดดันโดยตรงจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตทั้ง Core PPI และ PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงเกินคาด สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงตัวอยู่ในระดับสูง ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าเฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อโยกย้ายเงินไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแทน
อีกหนึ่งประเด็นใหญ่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การเดินทางเยือนประเทศจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อร่วมประชุมซัมมิตกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยทรัมป์ได้ส่งสัญญาณผ่าน Truth Social ว่าต้องการเรียกร้องให้จีนเปิดประเทศมากขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนจากสหรัฐฯ ผลการเจรจานี้จะเป็นตัวแปรสำคัญว่าสงครามการค้าจะคลี่คลายหรือทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
สำหรับคืนนี้ นักลงทุนควรเฝ้าระวังความผันผวนในช่วงเวลา 19.30 น. เนื่องจากสหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีก (Retail Sales) ประจำเดือนเมษายน หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด อาจเป็นแรงส่งให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นไปอีก และกดดันให้ราคาทองคำปรับฐานลงต่อได้ การวางแผนเข้าซื้อในช่วงนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างเรียลไทม์
สรุปทิศทางราคาทองคำและการตัดสินใจลงทุน
ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในช่วงปรับฐานจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กดดันนโยบายดอกเบี้ยเฟด การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้ทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นได้หากเกิดความขัดแย้งทางการค้า แต่ในระยะสั้นควรเน้นดูตัวเลขยอดค้าปลีกคืนนี้ประกอบการตัดสินใจ