ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ และศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า โดยประเมินกรอบไว้ที่ 32.35-32.60 บาทต่อดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ดังนี้:
- ค่าเงินบาทอ่อนค่า สอดคล้องกับสกุลเงินในเอเชีย หลังดอลลาร์แข็งค่าจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
- วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ มีรายงานเรือพาณิชย์ถูกยึดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น
- ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนเมษายน ขยายตัว 5% (MOM) เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 กดดันให้เฟดอาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
- ดีลการค้าสหรัฐฯ-จีน ผลการประชุมระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง มีทิศทางบวกเรื่องการลดภาษีนำเข้าและการขายชิป
สรุปสถานการณ์ค่าเงินบาทวันนี้และปัจจัยกระทบตลาดโลก
เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้มีการปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยลงไปแตะระดับประมาณ 32.48-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยกดดันที่สำคัญที่สุดคือความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานการยึดเรือพาณิชย์บริเวณใกล้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอิหร่านอาจเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเข้มงวดขึ้น จนผลักดันให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yields) พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทางเศรษฐกิจยังคงออกมาในเชิงบวก โดยเฉพาะยอดค้าปลีกเดือนเมษายนที่เติบโตถึง 5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังแข็งแกร่ง ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจไม่มีความจำเป็นต้องรีบลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์มีความแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ รวมทั้งเงินบาทไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับข่าวดีบางส่วนจากการพบปะกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ซึ่งมีการส่งสัญญาณถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ผ่อนคลายลง โดยสหรัฐฯ เตรียมเร่งอนุมัติการลงทุนจากจีนบางส่วน รวมถึงการพิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทและการกลับมาซื้อขายชิปให้กับทางจีนอีกครั้ง ข้อตกลงนี้อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชียได้ในระยะถัดไป
วิเคราะห์ทิศทางก่อนตัดสินใจลงทุนหรือแลกเปลี่ยนเงิน
สำหรับผู้ที่ต้องทำธุรกรรมต่างประเทศหรือนักลงทุนในตลาดเงิน กรอบค่าเงินบาทที่ 32.35-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นระดับที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากความผันผวนจากปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งรับข่าวการยึดเรือนั้นเป็นปัจจัยที่ควบคุมยาก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าทดสอบขอบบนของกรอบได้อีก
ในระยะสั้น การติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในรายละเอียดเชิงลึก จะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนขึ้น หากผลการประชุมทรัมป์-สีจิ้นผิง นำไปสู่การลงนามในข้อตกลงที่จับต้องได้จริง อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินหยวนและเงินบาทได้ แต่ในระหว่างนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับภาคธุรกิจ
สรุปภาพรวม
ค่าเงินบาทวันนี้มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามกลไกตลาดโลก โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีข่าวดีจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเข้ามาช่วยพยุงไว้บ้าง แต่ภาพรวมยังคงเป็นความผันผวนในกรอบ 32.35-32.60 บาทต่อดอลลาร์