ภาพรวมราคาทองคำโลกในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ประกอบกับเครื่องมือ CME FedWatch Tool ที่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่เทน้ำหนักสูงถึง 96% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมในการประชุมที่กำลังจะมาถึง ซึ่งการคาดการณ์นี้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำถูกเทขายออกมา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตลาดเริ่มมีความเคลื่อนไหวใหม่ที่อาจส่งผลต่อ ทิศทางราคาทองคำวันนี้ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ปัจจัยบวกหนุน ทิศทางราคาทองคำวันนี้ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านส่อแววจบศึก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าไปมาก โดยเหลือเพียงขั้นตอนการเก็บรายละเอียดสุดท้าย ซึ่งรวมถึงแผนการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซใหม่อีกครั้ง สอดคล้องกับทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านที่ออกมายืนยันว่า ทั้งสองประเทศกำลังร่วมมือกันเพื่อสรุปบันทึกความเข้าใจ (MoU) ทั้ง 14 ข้อ โดยตั้งเป้าหมายที่จะยุติความขัดแย้งภายในเวลา 30-60 วัน
ข่าวดีเรื่องความสงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนดังนี้
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงทันทีหลังจากความตึงเครียดคลี่คลาย
- สัญญาสันติภาพช่วยลดความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดพิจารณาลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้นในอนาคต
- ราคาทองคำในประเทศและทองโลกเริ่มดีดตัวกลับขึ้นมาตอบรับข่าวเชิงบวกในวันนี้
- กองทุนทองคำรายใหญ่ของโลกอย่าง SPDR มีการเทขายทองคำออกมา 2.57 ตันในสัปดาห์ก่อนหน้า
แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำจะโดนกดดันจากตัวเลขดอลลาร์และแรงขายของกองทุนใหญ่ แต่ในวันนี้บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ข่าวความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามกลายเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ราคาน้ำมันร่วงและผลักดันให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นมาได้ ใครที่กำลังวางแผนซื้อขายทองคำในช่วงนี้จึงต้องจับตาดูว่า ข้อตกลง MoU ทั้ง 14 ข้อจะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้จริงตามกรอบเวลาที่วางไว้หรือไม่
สรุป: ทิศทางราคาทองคำวันนี้ มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ว่าก่อนหน้านี้ทองคำจะโดนกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเฟดก็ตาม