ข้อมูลจาก Sanook Money ระบุว่า ภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกมีปัจจัยบวกจากการปรับตัวลงของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ไม่สามารถทะลุระดับ 99.0 จุดขึ้นไปได้ ควบคู่กับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ร่วงแตะระดับต่ำกว่า 99.0 จุด เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำโดยตรง
- ค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง จากคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 18 ก.ย. ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของ Yen Carry Trade
- ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ยืนเหนือ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
- กองทุน SPDR ชะลอการซื้อขาย โดยยังคงสัดส่วนการถือครองทองคำไว้เท่าเดิม
ปัจจัยหนุนราคาทองคำจากเงินดอลลาร์และเงินเยน
ตลาดการเงินฝั่งเอเชียเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวอย่างชัดเจน หลังจากดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 99.0 จุด การอ่อนตัวของเงินดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้นในสายตานักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการแข็งค่าของเงินเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 กุมภาพันธ์ สภาวะดังกล่าวส่งผลกระทบให้การทำ Yen Carry Trade หรือการกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างประเทศเริ่มสูญเสียความคุ้มค่า ทำให้นักลงทุนต้องเร่งขายสินทรัพย์ต่างชาติเพื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนนำไปชำระคืนคืนกู้ แรงเทขายนี้กลายเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงและดันราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น
ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกระทบแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
แม้จะมีปัจจัยหนุนจากฝั่งค่าเงิน แต่ราคาทองคำยังต้องเผชิญต้านทานจากตลาดพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ และ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRPC) และกองกำลังสหรัฐฯ บริเวณฐานทัพในจอร์แดนรวมถึงการโจมตีเรือขนส่ง
การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันสร้างความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อในภาคพลังงานจะกลับมาระบาดอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยนี้จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ตามที่ตลาดคาดหวัง อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจึงเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้น ขณะเดียวกันกองทุนทองคำขนาดใหญ่อย่าง SPDR ยังเลือกที่จะคงสัดส่วนการถือครองไว้เท่าเดิม เพื่อรอความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจ
แนวโน้มราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าและการแข็งค่าของเงินเยน แต่ยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งอาจชะลอการลดดอกเบี้ยของเฟด การวางแผนลงทุนทองคำช่วงนี้จึงควรรอดูทิศทางอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด