ข้อมูลจาก Sanook สรุปภาพรวมราคาทองคำโลกที่มีการปรับตัวขึ้น รับอานิสงส์จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมที่ออกมาตามคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินควบคุม
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI เดือน ส.ค.): เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.4% YoY (0.4% MoM) ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.4% YoY ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือนเร่งตัวแตะ 0.3% MoM ซึ่งสูงกว่าคาดเล็กน้อย
- เจรจาช่องแคบฮอร์มุซ: กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) เตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับอิหร่าน ณ เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน เพื่อร่างข้อตกลงชั่วคราวควบคุมการเดินเรือ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ย่อตัวลง
- การเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR: กองทุน SPDR ปรับลดการถือครองทองคำ โดยขายออก 4.63 ตัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจัยหนุนและแรงกดดันต่อทิศทางราคาทองคำ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกในปัจจุบันกำลังส่งสัญญาณผสมผสานต่อทิศทางราคาทองคำ ด้านหนึ่งการที่ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ออกมาตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ช่วยลดแรงกดดันเรื่องการคุมเข้มนโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไป ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงจากการเจรจาการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงและเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
อีกด้านหนึ่ง ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ทั้งอายุ 2 ปี และ 10 ปี ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 87.3% ที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC ที่กำลังจะถึงนี้ ร่วมกับการที่กองทุนทองคำขนาดใหญ่อย่าง SPDR เทขายทองคำออกมา 4.63 ตัน นักลงทุนจึงควรระมัดระวังแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น
สรุปภาพรวมการลงทุนทองคำ
ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาตามคาดการณ์และราคาน้ำมันที่ย่อตัวลง แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันสำคัญจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความแน่ชัดเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยเฟด การติดตามผลการประชุม FOMC และแรงขายจากกองทุน SPDR จึงเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดแนวทางบริหารความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน