รายงานสถานการณ์ราคาทองคำจาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับฐานลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกดดันโดยตรงจากการแข็งค่าของดุลลาร์และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ขยับตัวสูงขึ้น สรุปผลกระทบสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำในปัจจุบันดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง กดดันให้ทองคำแพงขึ้นในสกุลเงินอื่นและเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง
- โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับแผนโจมตีอิหร่านชั่วคราว หลังผู้นำชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย (กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี) ร้องขอเพื่อเปิดทางเจรจาสันติภาพ
- สถานการณ์ตึงเครียดสลับกับการเจรจา โดยสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอเดิมและขู่พร้อมโจมตีหากดีลนิวเคลียร์ไม่คืบหน้า ขณะที่อิหร่านเตือนพร้อมเปิดแนวรบใหม่ทันที
- กองทุนทองคำรายใหญ่ของโลก SPDR Gold Shares เทขายทองคำออกมาซ้ำอีก 2 ตัน สะท้อนการลดสถานะถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น
จับตาเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความขัดแย้งตะวันออกกลาง ทิศทางทองคำจะไปทางไหน
การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของดัชนีเงินดอลลาร์กลายเป็นกำแพงสำคัญที่สกัดขาขึ้นของราคาทองคำ เนื่องจากสัญญาทองคำในตลาดโลกกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นทันทีสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ความน่าดึงดูดใจในการเข้าซื้อจึงลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์หรือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยิ่งทำให้นักลงทุนหันไปหาโกยกำไรจากสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย แทนการถือครองทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
ในแง่ของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความเคลื่อนไหวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความผันผวนและพร้อมเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมชะลอแผนการโจมตีออกไปตามคำร้องขอของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการยื่นข้อเสนอเจรจายุติสงครามครั้งใหม่ แต่ทางทำเนียบขาวก็ยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวด้วยการปฏิเสธข้อเสนอล่าสุด โดยย้ำว่าข้อตกลงที่ยอมรับได้อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดทุนและราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง
สิ่งที่นักลงทุนต้องนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจต่อจากนี้ คือการติดตามว่าแผนเจรจาสันติภาพจะบรรลุผลจริงจนสามารถกดดันให้ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อโลกปรับตัวลดลงได้หรือไม่ เพราะหากเงินเฟ้อเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน จะกลายเป็นปัจจัยบวกที่เปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด เริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคตจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำดีดตัวกลับขึ้นมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง
สรุปภาพรวมแนวโน้มราคาทองคำในการจัดพอร์ตลงทุน
แนวโน้มราคาทองคำตามมุมมองของฮั่วเซ่งเฮงในระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยทางเทคนิคที่ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งค่า รวมถึงแรงขายออก 2 ตันจากกองทุน SPDR การเข้าซื้อในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องเน้นการตั้งรับตามแนวรับสำคัญ และติดตามผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางของสงครามและเงินเฟ้อจะเป็นตัวกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะตัดสินว่าราคาทองคำจะกลับมาพุ่งทะยานได้ในช่วงครึ่งปีหลังหรือไม่