ราคาทองคำโลกย่อตัวลงแรงหลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ากดดัน ตลาดเผชิญปัจจัยความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
- ข้อมูลจาก Sanook Money และรายงานสถานการณ์พลังงานโลก ระบุว่า ราคาทองคำปรับตัวลงจากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นเหนือ 99.0 จุด
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 2 ปี และ 10 ปี ทะยานขึ้นแตะระดับ 4.66% และ 5.00% อย่างแข็งแกร่ง
- ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีปิดล้อมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline กระทบอุปทานน้ำมันโลก 4–5%
- ตัวเลขเงินเฟ้อภาคพลังงานเสี่ยงพุ่งสูงขึ้น กดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำ
เหตุใดราคาทองคำถึงถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แม้ปกติแล้ววิกฤตภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เหตุการณ์โจมตีทางอากาศและการควบคุมพื้นที่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ของกลุ่มฮูตี จนส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันยุทธศาสตร์ East-West Pipeline กลับส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่ราคาทองคำ เนื่องจากการขัดข้องของเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่คิดเป็น 4–5% ของอุปทานโลก ได้ดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนพลังงานทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ผลที่ตามมาคือดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าเหนือ 99.0 จุด พร้อมดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ขึ้นไปที่ 4.66% และอายุ 10 ปี แตะ 5.00% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์และดอลลาร์นี้เองที่เป็นปัจจัยหลักในการดึงเงินลงทุนออกจากทองคำ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดหรือคงดอกเบี้ยไว้นานขึ้นเพื่อสยบเงินเฟ้อ
นักลงทุนควรรอผลการประชุมเฟดเพื่อประเมินทิศทางทองคำ
ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นยังคงขึ้นอยู่กับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันพุธนี้ ตลาดกำลังจับตาดูว่าประธานเฟดจะมีถ้อยแถลงอย่างไรต่อการรักษาเสถียรภาพของอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน กองทุนทองคำชั้นนำอย่าง SPDR ยังคงเลือกที่จะชะลอการลงทุนโดยถือครองทองคำในระดับเท่าเดิม เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายการเงินของเฟดก่อนกำหนดทิศทางการลงทุนใหม่
สรุปปัจจัยกระทบราคาทองคำ
ราคาทองคำในขณะนี้ได้รับแรงกดดันหลักจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตพลังงานที่ดันราคาน้ำมันให้ทะลุ 100 ดอลลาร์ ทั้งนี้ นักลงทุนควรรอผลการประชุมเฟดเพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ก่อนตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายทองคำในระยะต่อไป