ข้อมูลจากสำนักข่าว Sanook และรายงานสถานการณ์โลก ระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับแนวต้านสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนจากความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอิหร่านที่อาจส่งผลให้ความขัดแย้งในภูมิภาคยืดเยื้อ สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ความสัมพันธ์รัสเซีย-อิหร่าน: ปธน.ปูติน ยืนยันสนับสนุนอิหร่านเต็มที่เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาค ซึ่งตลาดมองว่าอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดนานกว่าที่คาด
- ราคาน้ำมันพุ่ง: น้ำมันดิบ Brent ทะยานสู่ 107 ดอลลาร์ และ WTI แตะ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ สั่งปิดล้อมทางทะเลกดดันการส่งออกน้ำมันอิหร่าน
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนตัว: ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 98.49 หน่วย ช่วยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- แรงขายจาก SPDR: กองทุนทองคำโลกขายออก 2.57 ตัน คงเหลือยอดถือครองสุทธิ 1,046.62 ตัน
ปัจจัยหนุนราคาทองคำจากวิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ปธน.ทรัมป์ ประกาศระงับการเจรจาและเดินหน้ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเข้มงวด การมุ่งเป้าไปที่การตัดช่องทางส่งออกน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยปกติแล้วราคาทองคำมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ในขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวทางฝั่งรัสเซียที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างอิหร่าน ยิ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลกเกี่ยวกับการขยายตัวของความขัดแย้ง การที่รัสเซียประกาศพร้อมทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่ออิหร่านสะท้อนถึงการแบ่งขั้วอำนาจที่ชัดเจนขึ้น ปัจจัยนี้ทำให้ทองคำยังคงสถานะการเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Haven) ที่น่าสนใจในช่วงที่สถานการณ์โลกไม่มีความแน่นอน
แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจบางส่วนจะกดดันราคาอยู่บ้าง เช่น การที่กองทุน SPDR เทขายทองคำออกมามากกว่า 2 ตัน แต่ดัชนีเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงสู่ระดับ 98.49 หน่วย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ทรงตัวระดับ 4.34% กลายเป็นแรงพยุงชั้นดีที่ทำให้ราคาทองคำไม่หลุดกรอบแนวรับสำคัญ นักลงทุนควรเฝ้าติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของราคาในระยะสั้นนี้
สรุปภาพรวมราคาทองคำและการตัดสินใจ
ราคาทองคำในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน-รัสเซีย และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ แม้จะมีแรงขายจากกองทุนขนาดใหญ่ออกมาบ้าง แต่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนให้ราคาทองคำมีความแข็งแกร่งและน่าสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับสำคัญ